วันพุธที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2552

ข้อสอบ TOEIC แบบใหม่!

ข้อสอบ TOEIC แบบใหม่!
แบบทดสอบที่ใช้วัดความสามารถภาษาอังกฤษที่เป็นที่นิยมคงต้องยกนิ้วให้ TOEIC ซึ่งหากคนไหนมีคะแนนสอบ TOEIC ที่ดีแล้ว ก็เรียกได้ว่ามีชัยไปกว่าครึ่งสำหรับการเตรียมตัวไปเรียนต่อเมืองนอก ล่าสุดนั้น การสอบ TOEIC ได้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบเล็กน้อย โดยเริ่มเปลี่ยนมาตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. ที่ผ่านมา เรียกรูปแบบใหม่นี้ว่า Redesigned Toeic ว่าแต่จะเปลี่ยนแปลงไปยังไงนั้น รวบรวมมาไว้ให้แล้วค่ะ


ข้อสอบ TOEIC แบบใหม่ !

PART 1 : LISTENING มีทั้งหมด 100 ข้อ คะแนนรวม 495 คะแนน เวลา 45 นาที
1.1 Photographs (รูปภาพ) โดยฟังประโยคจากเทปที่เปิด แล้วพิจารณาว่ารูปภาพในข้อใดตรงกับที่เทป อ่านมากที่สุด- แบบเก่า มีทั้งหมด 20 ข้อ- แบบใหม่ ลดเหลือเพียง 10 ข้อ
1.2 Question-Response (ถามตอบ) ฟังคำถามจากเทปที่เปิด เช่น How are you ? และฟังชอยส์ 4 คำตอบจากเทปเช่นกันแล้วเลือกว่าคำตอบใดถูกต้องที่สุด โดยคำถามทั้งหมดมี 30 ข้อ
- ไม่มีการเปลี่ยนแปลง
1.3 Conversations (บทสนทนา) จะเป็นบทสนทนาระหว่างบุคคล 2 คน ซึ่งโจทย์จะถามเกี่ยวกับเนื้อหา ของบทสนทนา มีทั้งหมด 30 ข้อ- แบบเก่า 1 บทสนทนา ต่อ คำถาม 1 ข้อ (มีทั้งหมด 30 บทความ)- แบบใหม่ 1 บทสนทนา ต่อ คำถาม 3 ข้อ (มีทั้งหมด 10 บทความ)

1.4 Talks (บทพูดคุย) การฟังประกาศ ข่าว หรือบทความ และตอบคำถาม- แบบเก่า มีคำถามทั้งหมด 20 ข้อ- แบบใหม่ มีคำถามทั้งหมด 30 ข้อ โดยมีบทความ 10 บทความ (1 บทความ มีคำถาม 3 ข้อ)

ข้อสอบ TOEIC แบบใหม่ !
PART 2 : READING มีทั้งหมด 100 ข้อ คะแนนรวม 495 คะแนน เวลา 1 ชม. 15 นาที
2.1 Incomplete Sentence (เติมประโยคให้เต็ม) เช่น Please tell me your ____ time . (arrive , arrival , reach , reaching)
- ไม่มีการเปลี่ยนแปลง

2.2 - แบบเก่า Error Recognition (จับผิดไวยากรณ์) มีทั้งหมด 20 ข้อ- แบบใหม่ Text Completion (เติมข้อความให้สมบูรณ์) โดยอ่านบทความคล้ายๆ E-mail และเติมข้อ ความที่หายไปให้สมบูรณ์ มีทั้งหมด 4 บทความ แต่ละบทความมี 3 คำถาม รวมคำถามทั้งหมด 12 ข้อ

2.3 Reading Comprehension (ทำความเข้าใจเรื่องที่อ่าน) เป็นการอ่านเนื้อเรื่องแล้วตอบคำถาม- แบบเก่า มี 40 ข้อ- แบบใหม่ มี 48 ข้อ แบ่งออกเป็น Single Passages มี 7-10 บทความ แต่ละบทความจะมี 2-5 คำถาม รวมคำถาม 28 ข้อ Double Passages มีบทความอ่าน 4 คู่ ( เช่น E-mail โต้ตอบกับลูกค้า) แต่ละคู่มี 5 คำถาม รวมคำถาม 20 ข้อ

วันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ป้ายโฆษณาแปลก

หยุดพักเรื่องเครียดๆๆมาดูป้ายโฆษณาแปลกๆกันบ้างดีกว่า







































วันพุธที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2552

อันดับประเทศที่มีประชากร ฉลาดที่สุดในโลก โดย วัดจาก





อันดับ 1 อังกฤษ



อันดับ 2 เยอรมัน



อันดับ 3 ฝรั่งเศส



อันดับ 4 สหรัฐอเมริกา



อันดับ 5 อิตาลี



อันดับ 6 อิสราเอล



อันดับ 7 แคนนาดา



อันดับ 8 สวิสเซอร์แลนด์



อันดับ 9 ออสเตเรีย



อันดับ 10 กรีซ



อันดับ 11 เดนมาร์ก



อันดับ 12 เนเธอร์แลนด์



อันดับ 13 รัซเซีย



อันดับ14 สวีเดน



อันดับ 15 สเปน



อันดับ 16 นิวซีแลนด์



อันดับ 17 ญี่ปุ่น



อันดับ 18 บราซิล









รายนาม อัจฉริยะของโลก ในรอบ 1500






อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ Albert Einstein



เลโอนาร์โด ดา วินชี Leonardo Da VinciLeonardo Da



กาลิเลโอ กาลิเลอิ Galileo Galilei



ไอแซก นิวตัน Isaac Newton



โมสาร์ท Wolfgang Amadeus Mozart



อาร์คิมิดีส Archimedes



บีโทเฟ่น Ludwig van Beethoven



แวน โก๊ะ Vincent van Gogh



ชาลส์ ดาร์วิน Charles Darwin



แอลัน ทัวริง Alan Turing



หลุยส์ ปาสเตอร์ Louis



เมเดโอ อาโวกาโดร Amedeo



คาร์เลส แบบเบจ Charles Babbage



จอห์น วอน นอยแมน John von Neumann



เอดา ไบรอน Ada Byron



อองรี ปวงกาเร Henri Poincaré



นิโคเลาส์ โคเปอร์นิคัส Nicolaus Copernicus



เบอนัว มานดัลบรอ Benoit Mandelbrot



ลีโอนาร์ด ไคล์นรอค Leonard Kleinrock



สตีเฟ่น ฮอว์คิง Stephen Hawking



โทมัส เอดิสัน Thomas Edison



เจมส์ เคลิร์ก แมกซ์เวลล์ James Clerk Maxwell



ริชาร์ด ไฟน์แมน Richard Feynman



มารี กูรี Marie Curie



อัลเฟรด โนเบล alfred bernard nobel



พี่น้องตระกูลไรท์ writhe brothers



อะเล็กซานเดอร์ กราแฮม เบลล์ Alexander Graham Bell



นีลส์ บอร์ Niels Hendrik David Bohr



เอนรีโก แฟร์มี Enrico Fermi



นิโคลา เทสลา Nikola Tesla



คาโรลัส ลินเนียส Carolus Linnaeus

วันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ผู้หญิงที่เก่งที่สุดในโลก

มาดูผู้หญิงที่เก่งที่สุดในโลกกัน!
อาจจะเคยเห็นเเล้ว
เเต่อยากให้ดู
เธอคนนี้เก่งที่สุดจริงๆ


























วันนี้คุณทำอะไรเพื่อเเม่เเล้วรึยัง!!!





วันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2552


แด่เทอ My best friend เหลือแค่ความทรงจำดีๆที่ใช้ร่วมกัน รู้ว่ามันสายไปสำหรับวันนี้ที่บอกเทอ "เรารักแกหว่ะเพื่อน"



เพียงเวลาแค่ไม่นาน

ทำให้เราได้คุ้นเคยสุขและทุกข์ที่ล่วงเลย

มันทำให้เรายิ่งผูกพัน

แต่เวลาคือสิ่งเลวร้ายเช่นกัน

เวลาช่างแสนสั้นทำให้เราต้องจากกัน

สุดเส้นทางปรายขอบฟ้า

ชะตาได้กำหนด

ไม่อาจจะพบกัน แต่ตัวฉันไม่เคยจะลืมเธอ

ภาพเก่าคืนย้อนมาจุดจบคือน้ำตา

และรักที่ยังไม่เคยจางหาย

แม้ว่าวันนี้เธอจะอยู่แสนไกล

แต่ความทรงจำดีๆนั้นไม่เคยจางหาย

ตราบที่ดาวเต็มฟ้าเธอยังคงวนเวียนในหัวใจ

หลับให้สบายสักวันคงพบกัน สุดที่รัก

สุดเส้นทางปรายขอบฟ้า

ชะตาได้กำหนดไม่อาจจะพบกัน

แต่ตัวฉันไม่เคยจะลืมเธอ

ภาพเก่าคืนย้อนมาจุดจบคือน้ำตา

และรักที่ยังไม่เคยจางหาย

แม้ว่าวันนี้เธอจะอยู่แสนไกล

แต่ความทรงจำดีๆนั้นไม่เคยจางหาย

ตราบที่ดาวเต็มฟ้าเธอยังคงวนเวียนในหัวใจ

หลับให้สบายสักวันคงพบกัน

แม้ว่าวันนี้เธอจะอยู่แสนไกล

แต่ความทรงจำดีๆนั้นไม่เคยจางหาย

ตราบที่ดาวเต็มฟ้าเธอยังคงวนเวียนในหัวใจ

หลับให้สบายสักวันคงพบกัน สุดที่รัก สุดที่รัก สุดที่รัก

วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

พจนานุกรมของเด็กเอนท์
Animal [สาด]: หมายถึง คำสบถเมื่อเจอข้อสอบยากๆ

Banana [บะแนน’นะ]: หมายถึง คำสบถเมื่อเจอข้อสอบง่ายๆ

Cartoon [คาร์ทูน’]: สิ่งที่มักถูกซ่อนอยู่ข้างใต้หนังสือเรียนเสมอ

Diploma [ดิโพล’ มะ]: จุดหมายปลายทางของระบบการศึกษาไทย

Entrance [เอน’เทรินซฺ]: บททดสอบครั้งสำคัญในชีวิตของเด็กไทย

Freshy [เฟรช’ชี]: ขั้นต่อจากการเป็นเด็กมัธยมและขั้นแรกของการเป็นเด็กมหา’ลัย

Gpax [จีเพค]: บุญเก่าที่สะสมมาตลอดมอปลาย

Headache [เฮด’เอค]: ผลข้างเคียงจากการทำข้อสอบยากๆ

Internet [อินเทอร์เน็ต]: บอร์ดประกาศผลเอ็นท์ฯ ยุคดิจิตอล

June [จูน]: เดือนแห่งการเริ่มต้นชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย

Knock [น็อค]: อาการที่มักเกิดขึ้นในคืนก่อนสอบ

Lilly [ลิลลี่]: ผู้ที่ทำให้ภาษาไทย เป็น-เหลื่อง-หง่าย-นิด-เดียว

Mother [มา’เธอะ]: ผู้ที่ชอบบังคับให้เราหลับในยามที่เรายังตื่นและรบเร้าให้เราตื่นในยามที่เรายังหลับ

Night [ดึกดื่น]: ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการอ่านหนังสือ

Onet [โอเน็ต]: เป็นเพื่อนกับ Anet

Panda [แพน’ดะ]: รอยคล้ำใต้ขอบตาที่มาคู่กับการอดนอน =.=”

Quota [โคว’ทะ]: บัตรผ่านพิเศษที่ใช้ข้ามขั้นตอนในการเอ็นทรานซ์

Read [รีด]: กริยาของเด็กเอ็นท์ฯที่ต้องกระทำตลอด (เคมี ชีวะ เลข ภาษาไทย อังกฤษ)

Sleep [zzzz]: กริยาที่เด็กเอ็นท์ฯอยากทำมากกว่าข้อข้างบน

Temple [สาธุ]: สถานที่ที่เด็กเอ็นท์ฯไปบ่อยไม่แพ้ที่เรียนพิเศษ (ไปบนไว้ละสิ...รู้นะ)

University [มหา’ลัย]: ฝั่งฝันที่เด็กไทยต้องไปถึง

Vitamin [ไว’ทะมิน]: ขนมคบเคี้ยวของเด็กเอ็นท์ฯ

Weight [เวท]: สิ่งที่มักจะลดฮวบเมื่อเคร่งเครียดช่วงใกล้สอบ

Xerox [ซี’รอคซฺ]: ผู้มีพระคุณไม่แพ้ครูบาอาจารย์ Yeah!!![เย้.....วู้ววววว]: เสียงที่เปล่งออกมาเมื่อรู้ว่าตัวเองเอ็นท์ฯติดคณะในฝัน

Zombie [ซอม’บี้]: การแปลงร่างขั้นสุดยอดของเด็กเอ็นท์ฯ

วันพุธที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

13เหตุผลที่ทำให้ม.6เป็นที่สุดของที่สุด

13 เ ห ตุ ผ ล ที่ ทำ ใ ห้ ม.6 เ ป็ น ที่ สุด ข อ ง ที่ สุ ด
1
แก่ที่สุด
ถ้านับเฉพาะนักเรียน และไม่รวมผอ. ครูอาจารย์ นักการภารโรง
ม.6 ก็ต้องแก่ที่สุดในโรงเรียนแน่นอน
แต่จะแก่ความรู้หรืออยู่นาน
อันนี้ต้องแล้วแต่ตัวบุคคล
.
2
เครียดทีสุด
บางคนบอกว่า Entrance ไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต
แต่ สำหรับ ม.6
ถึงไม่ใช่ทั้งหมด ก็ เข้าใกล้ทั้งหมดเหมือน
limit เข้าสู่ x ไม่ใช่ x แต่เข้าใกล้ x ยังไงหยั่งงั้น
ไหนจะบรรดาครูอาจารย์ ญาติโกโหติกา พ่อแม่พี่น้อง เพื่อนฝูง
ที่คอยให้กำลังใจ(เชิงกดดัน)อีก
ม.6ไม่เครียดก็แปลกแล้ว
.
3
ขยันที่สุด
อยากสูงต้องเขย่ง อยากเก่งต้องขยัน
เมื่อเครียด อยากเอนท์ติด
แล้วมานั่งแต่งฟิก วาดรูป สูบอาร์ต เนี่ย มันจะติดมั้ย
ม.6 มันก็ต้องขยันเซ่
อ่านเข้าไปๆๆ อ่านให้ตายๆๆ
.
4
เก่งที่สุด
เนื่องจากแก่
จึงมีโอกาสถูกยัดความรู้ใส่หัวมากกว่าบรรดาศิษย์น้อง
เนื่องจากขยัน
กรรมดีนั้นจึงตกอยู่กับผู้กระทำ
(ส่วนตัว
เราคิดว่าม.6เนี่ยความรู้ลึกกับความรู้กว้างสมดุลกันที่สุดนะ
แบบว่ามหาวิทยาลัย รู้ลึกขึ้นแต่แคบลงไง)
.
5
ชีพจรลงเท้าที่สุด
หมายความว่า มีอันจะต้องเดินทางบ่อยมากๆ
ไม่ว่าจะงานราษฎ์
ไปสอบรับตรงที่แต่ละคณะ ขยันเปิดสอบ
ไม่ว่าจะงานหลวง
ไปสอบแข่งขันทางวิชาการ
เลยไม่เป็นอันได้อยู่บ้านอยู่ร.ร.กัน
.
6
เลิกกันบ่อยที่สุด
อันนี้ไม่ใช่ประสบการณ์ตรง
แต่คิดเอาเองว่า ม.6แล้วนะ
เวลาจะมานั่งโทรศัพท์หากันทั้งคืน
เวลาจะมานั่งอี๋อ๋อกันในโรงเรียน
มันก็ต้องใช้ไปทำอย่างอื่นที่ดีสำหรับอนาคตตัวเองมากกว่าใช่มั้ย
ไหนจะรักแท้แพ้ระยะทางอีกล่ะ
.
7
สิวเยอะที่สุด
เรื่องสิวๆ ที่ไม่ใช่แค่สิว
เพราะมันเป็นดัชนีบ่งชี้ความเครียดที่เพิ่มมากขึ้นของม.6
ด้วยเรื่องนู้น เรื่องนี้ที่ประดังประเดเข้ามา
ไหนจะเวลานอนที่บั่นทอนไปอ่านหนังสือ
หน้าบางคนที่เคยใสเลยสิวขึ้นได้่ง่ายๆ
.
8
ตื้นเต้นที่สุด
ตื่นเต้นอะไรหรือจะสู้ รู้ผลเอนท์
ม.6ย่อมต้องอยากรู้อยู่แล้ว
ว่าที่ลงทุนลงแรงไปทั้งหมดน่ะ
เพียงพอจะซื้อ ประตูสู่อนาคตที่สดใสรึเปล่า
จขบ.เอง
ตอนประกาศผลรับตรงนี่ ถึงกับกินข้าวไม่ลงเลยนะคะ
พอเพื่อนเดินมาบอกว่าติดหมอ
ดิชั้นก็กริ๊ดมันกลางโรงอาหารนั่นแหละ
แล้วก็อิ่มอกอิ่มใจกินข้าวไม่ลงต่อ
สรุป มื้อเที่ยงวันนั้น
รับประทานอาหารไปทั้งสิ้น 3 คำ
.
9
บ้ากล้องที่สุด
อันนี้คิดว่าเป็นทุกคน
พอใกล้จะเรียนจบ เราก็อยากเก็บความทรงจำดีๆเอาไว้
ไหนจะรูปสถานที่ต่างๆในร.ร.
ไหนจะรูปเพื่อน รูปครู
เพราะไม่รู้จะเจอกันอีกเมื่อไหร่
เลยต้องระดม ถ่ายๆๆๆๆๆ
ประมาณว่า มูลค่ากล้องถ่ายรูปทั้งสายชั้นรวมกัน
แทบจะสร้างห้องสมุดไหมให้ร.ร.ได้
(อันนี้ก็เวอร์ไป)
.
10
แอ๊บแบ๊วที่สุด
เมื่อ แก่ มาก
และอยาก ถ่ายรูป มาก
ก็เลยต้อง แอ๊บ มาก
เพื่อให้ แบ๊ว มาก
.
11
ซาบซึ้งที่สุด
ข้อนี้ใครเคยผ่านงานปัจฉิมนิเทศน์คงจะรู้กันดี
ว่า [วินาทีที่จุดจบของอดีตและจุดเริ่มของอนาคตเดินทางมาบรรจบกัน] นั้น
บรรยากาศมันซาบซึ้งใจ แค่ไหน
.
12
รัก(เพื่อน ครู ร.ร.)ที่สุด
คนเรามักจะรู้ค่าสิ่งใกล้ตัวที่มีอยู่ ก็ต่อเมื่อกำลังจะเสียมันไป
เพราะว่า จะไม่มีอีกแล้ว
ถึงได้รู้ว่ารักมากแค่ไหน
ร.ร.ที่เคยบ่น ก็รู้สึกภาคภูมิ
อาจารย์ที่เคยนินทา ก็ได้รู้สึกเคารพ
เพื่อนที่เคยทะเลาะ ก็ได้คืนดี
เพราะ จะไม่มีอีกแล้ว
จึงต้องรักษาช่วงเวลาสุดท้าย ให้กลายเป็นความทรงจำที่ดี
.
13
...คิดถึงที่สุด...
เพราะรัก จึงคิดถึง
.
.
.
และทั้งหมดนี้
คือ
เหตุผล
ที่ทำให้
ม.6
เป็น
ที่สุด
ของ
ที่สุด
ในใจเรา
.
.
.